※ ~ Bee's Eyes View ~ ※

※ ~ Bee's View ~ ※

Category:Movies
Genre: Animation
There're no secret ingredients!
ใครกันจะไปคิดว่าประโยคนี้จะเป็นแก่นสำคัญของเรื่อง!!

กังฟู เกี่ยวกับแพนด้ายังไง
เช่นเดียวกับ ส่วนผสม "ingredients" เกี่ยวกับกังฟูยังไง

(****Spoiler Warning****)

เมื่อดินแดนกว้างไกล เหล่านักรบผู้เลิศยุทธ์ด้วยกังฟู
มีจุดหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการได้รับเลือกเป็น "นักรบมังกร (ในตำนาน)"
ผู้เดียวที่จะได้ "คัมภีร์มังกร" ซึ่งควรค่ากับนักรบผู้เพียบพร้อมด้วยพลังยุทธ์เพียงหนึ่งเดียว

เรื่องกลับตาลปัตร เมื่อคัมภีร์มังกร ไปตกอยู่ในมือผู้ที่ไม่มีใครคาดคิด
ไม่สิ ต้องบอกว่า ไม่มีใครแม้แต่จะวูบนึกไปว่าจะเป็นคนๆ นั้น
"เจ้าแพนด้าโป" แพนด้าฝันเฝื่องผู้หลงไหลในกังฟู
ดูยังไงๆ แพนด้ามันก็ไม่เหมาะกับกังฟู
เพราะว่าทั้งอ้วน ทั้งเชื่องช้า กินก็จุ...
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ นักกังฟูผู้พิทักษ์ทั้ง 5 ที่ได้รับการฟูมฟักมาอย่างดีจากวังหยก

แต่ "โป" ได้รับเลือกเป็น "นักรบมังกร"
จะด้วยแววดี หรือ แววอร่อยอะไรซักอย่าง
คนที่ไม่คู่ควรแบบนั้น ก้าวข้ามรุ่นพี่ทั้ง 5 ไป ก็คงถูกหมั่นไส้ไม่น้อย
โปโดนกลั่นแกล้ง และกดดัน
ทว่าเขาได้รับถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์จากท่านอาจารย์ว่า
"วันวานคืออดีต พรุ่งนี้คือสิ่งลี้ลับ ปัจจุบันต่างหากเล่าคือของขวัญ"
(Yesterday is history. Tomorrow is a mystery. Today is a gift. That's why its called the present.)

เจ้าโป ที่ท้อแท้อยู่ก็กลับกัดฟันสู้
แต่ด้วยจุดด้อยที่มากมายในทางกังฟู ความเชื่องช้า ความอ้วนเป็นอุปสรรคกับเขาไม่น้อย
ผลก็คือ การเรียนกังฟูในรูปแบบปกติ ทำให้โปเป็นนักรบมังกรไม่ได้...

ไม่ใช่แค่โปเท่านั้นที่ท้อแท้ อาจารย์ลี่ฟู่ที่สอนเขาเองก็ท้อแท้
หนทางที่สอนโป เช่นเดียวกับที่สอนผู้พิทักษ์ทั้ง 5 มันไม่สำเร็จได้
ลี่ฟู่มองไม่เห็นทางใด จนกระทั่งนักโทษร้ายผู้หนึ่งแหกคุกมาได้
ลี่ฟู่ไปท้วงกับท่านอาจารย์ กระนั้น ท่านกลับสอนด้วยความเยือกเย็นว่า
"เพราะเจ้ายังไม่เชื่อในตัวเขา..."
สิ่งที่ควรทำต่อไปคือ เชื่อในตัวโป และสอนโปในแบบที่ไม่เคยสอนใครๆ

น่าแปลกใจยิ่งนักที่โปเรียนรู้ในวิธีการสอนแบบใหม่อย่างรวดเร็ว (อยากรู้ว่าสอนยังไงก็ไปดูซะดีๆ อิอิ)
และก็ถึงวันที่ โปควรค่าที่จะได้รับคัมภีร์มังกรที่รอเขาอยู่
.
.
.
เขาเปิดด้วยใจตื่นเต้น.... สิ่งที่เขาเห็นก็คือ
แผ่นผ้าไหมเงาวาว ว่างเปล่า ไม่มีข้อความใดๆทั้งนั้น

ไม่มีใครเข้าใจมัน จนกระทั่งปะป๊าของโป (เป็นเป็ดอ่ะ) พูดว่่า
"There're no secret ingredients"
ขณะที่จะเิปิดเผยสูตรน้ำซุปที่ถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุคนของตระกูล

มี คือ ไม่มี
ไม่มี คือ มี

โปหยิบเอาคัมภีร์ที่เป็นผ้าไหมแวววาวขึ้นมาอีกครั้ง
สิ่งที่เขาเห็นคือหน้าตัวเอง
และเขาเข้าใจในทันทีว่า เคล็ดลับของคัมภีร์มังกรคืออะไร?
------------------------------------------------------------

คนเราทุกคนสามารถเป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็นได้
เพียงเรา "เชื่อ" ว่าเราเป็นได้
และเรามุ่งไปในสิ่งที่เราเชื่ออย่างไม่หวั่นไหว
บางครั้งมีพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ หลายคนที่เกิดอาการท้อแท้ ไม่มั่นใจในตัวเอง
ไม่ "เชื่อ" สิ่งที่ตัวเองมี เลยพาลไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่มั่นใจ

แพนด้าโป เป็นตัวอย่่างที่ดีสำหรับเรื่องนี้ค่ะ

ขอให้ทุกๆคนมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองรักนะคะ ^^


Category:Movies
Genre: Romantic Comedy
เคยได้ยินเสียงบ่นจากคู่รักหลายๆคู่ ที่ว่า "ทำไมเขาไม่เป็นอย่างนั้น ทำไมเขาไม่เป็นอย่างนี้?"
รวมไปถึงการพยายามที่จะเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเป็นคนรักที่ดีที่สุด ก็กลับทำให้คนที่เปลี่ยนแปลงเป็นคนอมทุกข์เอาไว้เอง...

หนังเริ่มต้นที่จอย(คาเมรอน ดิแอซ) ถูกคู่หมั้นทิ้ง เพราะเธอพยายามที่จะเป็นคู่หมั้นที่ดีที่สุด
จนเธอขาดความเป็นชีวิตชีวาในตัวเอง ใช้ชีวิตตามแบบแผนที่ว่า ต้องก้าวหน้าในการงาน
ทำทุกอย่างให้ทุกคนพอใจ
แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาก็คือ "ถูกทิ้ง"

ถ้าจะมีใครสักคนซึ้งใจกับชัยชนะได้อย่างยิ่งยวด คนๆนั้นควรจะเป็นผู้ที่เคยลิ้มรสการพ่ายแพ้มาก่อน
แจ็ค(แอชตัน คุชเชอร์) ผู้ชายที่ไม่เคยทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย เพราะกลัวการพ่ายแพ้
ความกลัวของเค้าทำให้แฟนสาวของเค้าทิ้งไป เพราะเค้ากลัวชีวิตคู่
ความกลัวของเค้าทำให้เค้าโดนไล่ออกจากงานในบริษัทของพ่อเค้า
เค้ากลัวการถูกตำหนิ จึงไม่กล้าทำอะไรให้เสร็จเลย

คนผิดหวังทั้งคู่มาเจอกันที่เวกัส และแต่งงานกันโดยไร้สติ
ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะมาหย่ากันที่นิวยอร์ค หากไม่เกิดเรื่องบังเอิญว่า
เหรียญสุดท้ายของจอยที่เธอทิ้งไว้ แจ็คนำไปกด slot เล่นๆ แล้วมันได้แจ็คพ็อท 3 ล้านเหรียญ!!!

เมื่อกลับมานิวยอร์ค ต่างคนต่างจะบลัฟว่ามีสิทธิในเงิน 3 ล้าน
ศาลผู้เคร่งครัดกลับสั่งว่า ให้ทั้งคู่พยายามใชัชีวิตคู่ร่วมกันเสียก่อน
ภายใต้การควบคุมของนักจิตวิทยา
ถ้าเห็นความพยายามภายใน 6 เดือน ก็จะแบ่งเงินให้คนละครึ่ง
มิเช่นนั้น อดทั้งคู่ ฮี่ๆ

เมื่อทั้งคู่มาอยู่ด้วยกัน เมื่อจอยไม่มีความรักและคำว่าต้องเพอร์เฟคมากดดัน
ชีวิตของเธอก็ดูจะปลอดโปร่งขึ้น จอยไม่พยายามที่จะเอาใจแจ็ค ไม่ตามใจเขา
ในขณะที่แจ็ค ซึ่งเคยกลัวความพ่ายแพ้ กลับหาญกล้าสู้ในการแข่งขันครั้งนี้
การท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่าเกิดขึ้น และทำให้เขากล้าที่จะทำอะไรให้สำเร็จสักที

--------------------------------------------------------------
ข้อดีของหนังเรื่องนี้ก็คือ ตลก ฮาสุดๆ
และมันสะท้อนบางด้านบางมุมของการใช้ชีวิิตคู่
ว่าท้ายที่สุดแล้ว คนที่เหมาะที่สุึดสำหรับเรา
คือคนที่ทำให้เรา feel free ในขณะเดียวกัน
เึค้าก็เป็นคนที่เราเห็นข้อบกพร่องแล้วเรารู้สึกว่ามันรับได้

หนับหนุนนะ สำหรับคนชอบโรแมนติกคอมเมดี้ เพราะมันฮากระจาย
หัวเราะจนแทบจะหมดแรง...^^


Category:Movies
Genre: Animation
วันส่งท้ายปีเก่า มีโอกาสอันดี(รึเปล่าก็ไม่รู้) ได้ไปดู animation ฝีมือคนไทยเรื่อง"พระพุทธเจ้า" มา ที่ให้คะแนนไป 3 ดาวเนี่ย ก็ให้เรื่องความตั้งใจดีของเค้าล้วนๆ
แต่ที่ไม่ได้เยอะกว่านี้ เพราะว่าถ้าไม่ได้ศึกษามาสักหน่อยนึงแล้วเนี่ย อาจจะงงเต้กได้ หึหึ

ในแอนิเมชั่นเรื่องนี้ มุ่งนำเสนอเรื่องพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนปรินิพพาน
จะว่ายังไงมันก็ยากที่จะเอาเรื่องราวยาวเหยียดขนาดนั้นมาใส่ในการ์ตูนยาว 90 นาที
เข้าใจว่าเพราะเหตุนี้ผู้สร้างจึงจำต้องตัดเอาเฉพาะส่วนสำคัญๆ ที่เป็นไฮไลท์มาใส่
เช่นตอน ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน หรือตอนมารผจญ พระแม่ธรณีบีบมวยผม
ว่ากันซื่อๆคือ เอาแบบเน้นๆ เลย เหมือนเรียนในหนังสือเด๊ะ

ข้อดีของแอนิเมชั่นเรื่องนี้คือ ทำให้มนุษย์ใจบาปอย่างข้าพเจ้า
ได้ระลึกถึงช่วงที่ไปถือศีล 8 อยู่ที่สวนโมกข์
หลักธรรมที่ได้เรียนรู้ในตอนนั้น เหมือนได้นึกถึงอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากห่างหายไปนาน ปัจฉิมวาจาของพระพุทธองค์ที่เราพร่ำท่องทุกเช้าเย็นในสวนโมกข์
ย้อนกลับมาหาเราอีกครั้ง ถือเป็นสิ่งดี ส่งท้ายปี 2550 ที่จะผ่านไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ส่วนตัวถือว่าโชคดีอย่างยิ่งอยู่อย่างหนึ่ง ที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระพุทธศาสนา
มิได้ดูแคลนว่าศาสนาอื่น นิกายอื่นไม่ดี แต่ว่าศาสนาพุทธที่เรานับถือนี้
เป็นศาสนาที่เราคิดว่าเหมาะกับเราที่สุด เป็นศาสนาที่ตอบข้อสงสัยต่างๆบรรดามีในใจได้แทบทั้งมวล ดังคำที่ว่า

"หิวอะไร ก็หาสิ่งนั้นกิน"
หิวราคะ ก็หาราคะเสพ หิวกาม ก็หากามเสพ หิวธรรมฝ่ายกุศล ก็หาธรรมฝ่ายกุศลเสพ
หิวความสงบ ก็หาภาวนาเสพเอา....

ปีใหม่ที่จะถึงนี้ ขอให้ไม่หิวกันถ้วนหน้านะคะ
หรือหิวอะไร ก็พึงให้รู้ว่าหิว จะได้หาของมาเสพได้อย่างถูกต้องเหมาะควร

พบกันปีหน้าค่ะ....


ReviewReviewReviewReviewReviewNootsOct 19, '07 12:07 AM
for everyone
Category:Music
Genre: Rock
Artist:Sum 41
ปกติก็ไม่ค่อยได้ฟังเพลง Rock เท่าไหร่ (โดยเฉพาะวงร็อคของไทย)
อย่าหาว่าปากเสียเลยนะ คือมันแบบว่า เล่นดนตรีกันก๋องแก๋งมาก เนื้อร้องอ่อน บลาๆๆ
บางวงเล่นดีมาก แต่แบบต้องทำเพลงเอาใจตลาด(เมืองไทย) วงร็อคในเมืองไทยเลยกลายเป็นตัวเลือกท้ายๆ ในลิสต์เพลงที่จะเลือกฟัง...
อีกเรื่องนึงคือ บางทีฟังๆไปละก็จะแบบ เอ๊ะ ทำนองคุ้นๆจังเว้.....

บังเอิญได้งานปีใหม่มา ช่วงปาร์ตี้เนี่ย จะจัดเป็นแนว Rock ๆ
เลยได้ Inspiration จากเพลงนี้ Noots จากวง Sum 41
ชอบมากกกกก....
ดนตรีเล่นหนักแน่น เสียงร้องก็แจ่ม... เอามาให้ลองฟ้ง พร้อมกับเนื้อเพลงและสไตล์การแปลแบบบีๆ เนี่ยแหละ




Noots
Artist(Band):Sum 41


Today, it's too late,
สายไปแล้วน้องเอ๊ย..
How long do we have to wait.
กรูก็รอดูเมิงอยู่นานแว้ว
Oh no, I think she knows,
กรูรู้ ว่าเมิงก็รู้ตัวแหละ
That's why I can't let go.
ว่าทำไมกรูจะไปแระ
I feel this burning inside,
ก็ในใจมันร้อนรุ่มซะขนาดนี้
A feeling that no one should know.
ใครไม่เคยเจอคงไม่มีวันเข้าใจตรูหรอก
This could be so good again,
เรื่องของเรามันอาจจะดีขึ้นก็ได้นะ
I'd wait here till then.
ถ้ากรูจะให้โอกาสเมิงอีกที
But not with this,
แต่ไม่มีแล้วว้อย...
So now I'll leave with
เพราะกรูจะเปิดตรูดไปแล้วเว้....

No apologies,
เอาคำขอโทษกองไว้ตรงนั้นแหละ
I never thought you'd be so
ก็ในเมื่อเมิงไม่เคยสำนึกนิ ห่านจิก!
Easily deceived,
นอกใจกรูเป็นอาชีพ อีฝอยทอง...
Now I'll just hang my head (falling further out of place).
ตอนนี้กรูไม่รู้จะหน้าไปไว้ไหนแล้วเว้ (แทบอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวเลย..สาดด)
While I walk with the dead (all the lies I can't erase),
อยากจะตายให้รู้แล้วรู้แร่ด (ตายไปกับคำโกหกของเมิงนั่นแหละ)
I'll just hang my head!
อยากจะซุกหน้าลงดิน!!

We're mad with regret,
อย่ามาทำเป็นรู้สึกผิดเอาตอนนี้เล้ย..
Memories that we'll both forget.
ที่ผ่านมาน่ะ เด๋วกรูก็จะลืมๆไป ถือว่าหมามาเยี่ยวใส่ละกันเว้
So far it's been so hard,
ตอนนี้มันอาจจะยากอยู่
To cover up these scars.
ที่จะเยียวยาแผลที่เมิงทำไว้
I see this falling apart,
แต่เด๋วมันก็จะผ่านไป
It's easy to just let it go.
ง่ายจะตายห่าน เพราะตัวปัญหาอย่างเมิงก็จะไปละนิ
No luck between us both,
โทษดินโทษฟ้าไปละกัน เรื่องระหว่างเราน่ะ
So why keep waiting.
ยังจะมารออะไรอีกเนี่ย...
But not with this,
พูดไม่รู้เรื่องหรอ? โง่ป่าวเนี่ย เว้ๆ
So now I'll leave with
ต่างคนต่างไปเถอะ กรูขอร้อง..

No apologies,
เออๆ คำขอโทษน่ะ กรูได้ยินเบื่อแระ
I never thought you'd be so
ก็เมิงไม่ได้สำนึกเล้ยย....
Easily decieved,
อย่าให้กรูขุดคุ้ยนะ..เมิงอย่า
Now I'll just hang my head (falling further out of place).
แค่คิดก็อยากจะเอาปี๊บคลุมหัว
While I walk with the dead (all the lies I can't erase),
อยากจะตายๆ ให้พ้นๆ
I'll just hang my head!
ถ้าทำได้กรูคงเอาหน้าซุกดินแระ

What's left to show,
หือ มีละครฉากไหนให้กรูดูอีกหรอ?
It's so bad but I got to know.
โทษทีนะน้อง พี่เดาตอนจบได้แระ
What's right don't know,
ยังคิดว่ากรูไม่รู้ทันเมิงอีกหรอเนี่ย เว้ๆ
How to find it out on my own.
แค่เมิงอ้าปาก กรูก็เห็นไส้ติ่งเมิงแล้วเว้ สาดดดดดดดด

(and here we go)
One by one we both fall down,
ต่างคนต่างไปเต๊อะ อีน้อง
Who's the first one to hit the ground now.
ก็รู้นิ ใครทำใครก่อน เวนเอ๊ย...
(and here we go)
What's worse taking the fall,
อะไรจะแย่ก่ากันระหว่าง เราเลิกกัน
Or be stuck standing alone.
กับการที่มีเธอแต่ก็ยังรู้สึกเดียวดาย
(and here we go)
I'll keep your promises if you,
กรูจะรักษาสัญญานะ ถ้าเมิงจะช่วยกรุณา
Take back every thing I said.
ทำตามที่กรูบอกน่ะ
(and here we go)
I find its got so cold now,
ตอนนี้ ฉันเองก็หนาวจับใจ
That I've lost my heart and soul
เพราะใจมันก็แหลกสลาย เหมือนเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ

No apologies,
พอเถอะนะ คำขอโทษน่ะ
I never thought you'd be so
ฟังเบื่อแระ
Easily deceived,
ในเมื่อเมิงสวมเขากรูไม่รู้กี่ครั้ง
Now I'll just hang my head (falling further out of place).
กรูไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว
While I walk with the dead (all the lies I can't erase),
อยากจะกัดลิ้นตายๆไปซะด้วยซ้ำ
I'll just hang my head!
จะไปหาปี๊บแล้วโว้ย...
Hang my head!
จะเอาปี๊บมาคลุมหัวเดินแล้วโว้ยยยย....


Category:Other
บางคนอาจจะเคยดู ซิทคอมเรื่อง "เป็นต่อ" ทางช่อง 3
เราเองก็ดูบ้างไม่ดูบ้าง แต่เรื่องนี้มันเป็นซิทคอมที่ตลกดีทีเดว
ตอนล่าสุดเนี่ย ชื่อกิ๊กกั๊ก หรือ กั๊กกิ๊ก ไรซักอย่างเนี่ย
ดูละโกดดดดดดดด อยากรู้ หรืออยากดู ก็ลองตาม Link ข้างล่างไป
อันแรก ดูท้ายๆหน่อย คือมันเป็นลิ้งค์รายการทีวีย้อนหลังน่ะ
จะตัดเป็นชั่วโมงๆ

mms://158.108.6.112/2007_10_11_22_48.wmv
mms://158.108.6.112/2007_10_11_23_49.wmv

อย่าหาว่างู้นงี้เลยนะ จะว่าอินเกินก็ว่าไปเถอะ ชิ
สำหรับคนที่ไม่เคยดูเนี่ย จะเท้าความไปหน่อยๆให้
ตอนนี้เนี่ย มันจะเป็นเรื่องของเป็นต่อ และทิพย์ ซึ่งเป็นแฟนเก่าของเป็นต่อ
แต่ทั้งคู่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่
อีเป็นต่อเนี่ย ก็เป็นผู้ชายประเภท ถ้าว่ากันกงๆเนี่ย
คือกลัวการโดนผูกมัด เลยคบคนนู้น คั่วคนนี้ไปเรื่อย
ส่วนทิพย์เนี่ย ในสายตาของผู้หญิง(ขอหน่อยนะ นานๆจะใช้สิทธิความเป็นหญิงมาอ้างอิง)
ยังไงก็ดูออก ว่ายังรู้สึกดี รู้สึกรักเป็นต่ออยู่ ง่ายๆเลยก็คือ
เธอก็ยังไม่มีใคร หลังจากเลิกกะเป็นต่อ ยังคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใย
ยังแคร์ความรู้สึกเป็นต่อมากๆ และก็แทบจะไม่เปิดใจให้ใคร
จนกระทั่งมีคนดีๆมาจีบ คือ "หมอชิน"
ให้ดูยังไง กี่เหลี่ยม กี่มุม พ่อหมอของเราก็ดีก่าเป็นต่อทุกเหลี่ยม
ด้วยอะไรก็ตามแต่ ทิพย์เองอาจจะเหนื่อยกับการเห็นเป็นต่อยังเป็นแบบนี้
คบผู้หญิงไปเรื่อย สร้างแต่ปัญหา บลาๆๆๆ
ทิพย์เลยเปิดใจรับหมอชิน และเริ่มคบกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างคู่นี้ ดีขึ้นเป็นลำดับ
อีเป็นต่อ พระเอกเวนๆของเรา กลับเกิดอาการหมาหวงก้าง
นอยคับ ละเจือกเมาไปขอคืนดี ทำให้ทิพย์เกิดอาการหวั่นไหว
แถมยังทำมาพูดตอนปกติว่า รักทิพย์จริงๆ แต่ว่าไม่อยากให้เสียใจ

เรื่องที่จะสื่อในบล็อกนี้ก็คือ ผู้ชายแบบเป็นต่อเนี่ย มีเยอะ
พวกแบบไม่อยากจะรับผิดชอบอะไร ไปมันเรื่อยๆ
รักไม่รักไม่รู้ แต่กั๊กไว้ก่อน....
เอ่อ อิชั้นไม่ได้บ้านติดกะเจ๊ทิพย์หรอกนะคะ
แต่เผอิ๊ญ เจอคนแบบนี้มาเยอะ ไม่ว่าจะเพื่อนเจอ
หรือตัวเองเจอ....
สิ่งที่เป็นต่อทำ ก็คือบอกว่ารักทิพย์ อยากคืนดีกะทิพย์
พอทิพย์หวั่นไหว ตั้งใจจะกลับมา (เพราะยังรักเค้าอ่ะนะ)
อีเป็นต่อเจือกบอกว่า ไม่อยากให้ทิพย์เสียใจอีก
อย่าเลย...........................
ห่านจิกค่ะ เมิงจะเอาไงแน่คะ
ทำแบบนี้ ทำร้ายจิตใจคนตั้ง 2 คน
ทิพย์เอง พอหวั่นไหวแบบนี้ ก็จะไม่สามารถมองหน้าหมอชินติด
หมอชินเอง ก็จะมาแห้วเพราะไอ้คนขี้กั๊กแบบนี้หรอคะพี่น้อง
เดี๊ยนยอมไม่ด้ายยยยยยยยยยยยยยยยย
(ประหนึ่งว่าเป็นเพื่อนห้องเดวกะเจ๊ทิพย์)

อยากจะบอกว่า คุณผู้ชายขา...
จะทำอะไร จะดี จะเลว ทำให้มันเคลียร์ๆ ไปเลย
อย่ามาทำแบบ รักนะแต่เรายังไม่ดีพอ ไม่อยากให้เสียใจ
คำพูดพระเอกมาก แต่เจตนาน่ากระทืบค่ะ
(เคยมีผู้ชายเคราะห์ร้ายมาแสดงเจตจำนงค์แบบนี้กับดิชั้นค่ะ
ผลก็คือ ดิชั้นด่าเปิง พร้อมกับไล่ไปให้พ้นระยะตรีนกรูค่ะ
แหม้ ทำมาเป็นพูดเป็นคนดี พระเอก นึกว่ากรูโง่หรอคะ สาดดด)

คนเรา ถ้าอยากจะให้ใครดีกับเรา เราก็ควรจะดีกับเค้าก่อน
เช่นเดียวกัน ถ้าเราอยากจะได้รักแท้ รักจริง
เราก็ควรจะมอบรักจริงให้เค้าได้...
แต่แบบเป็นต่อในตอนนี้เนี่ย..ใครดูแล้วรู้สึกมั้ยอ่ะ
ว่าเค้ารักทิพย์จริงๆ?
เราดูแล้ว รู้สึกแค่ ทิพย์รักเป็นต่อ...

ซึ่งจุดนี้ เราค่อนข้างเข้าใจทิพย์นะ เพราะว่าเคยผ่านจุดที่เรียกว่า
รักใครมากๆ มาแล้ว แบบว่ายังไงก็ได้ ยังไงก็ทนได้...
ทนจนเป็นกวาง(เขามันเยอะก่าควาย)

เนี่ยแหละ ชะตากรรมของคนดี...
มิน่า พี่ปั๊บ โปเตโต้ ถึงบอกว่า คนดีไม่มีที่อยู่...
จบ!!!!

ReviewReviewReviewReviewReviewPossessionSep 23, '07 9:31 AM
for everyone
Category:Books
Genre: Romance
Author:A.S. BYATT
เป็นหนังสือที่มีแปลแล้ว มีชื่อไทยว่า "นิยายรักข้ามศตวรรษ"
นอกจากได้รับการแปลไปหลายภาษา ยังผ่านการสร้างเป็นหนัง
โดยมีดาราระดับแม่เหล็กอย่าง Gwyneth Paltrow มานำแสดง
ก็ไม่คิดว่ามันจะประสบความสำเร็จหรอกนะ เพราะคนอ่านหนังสืออย่างเรา
พอรู้ว่ามันมีหนังเรื่องนี้แล้ว ไปหามาดู ยังเจอแค่ 1 copy ถ้วน ในร้านเช่าวีดีโอ
แถมไม่มีแบบ soundtrack ด้วยแฮะ

เรื่องหนังไว้ว่ากันทีหลัง เราชอบหนังสือมากกว่า
ถึงขนาดที่ว่าซื้อเล่มแปลในไทยอ่านแล้ว พอมีโอกาสไปเมืองนอก
ก็ไปหาเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาอ่านด้วย เพราะเหตุผลกลใดเดี๋ยวจะเฉลยต่อไป
Possession เป็นเรื่องราวของความรักของคน 2 ยุคสมัย
จุดที่ทำให้เราสนใจจะหามาอ่าน ก็เพราะได้ยินมาว่า
มันเป็นเรื่องราวความรักของนักกวีสมัยวิคตอเรียน และแถมเป็นความรักที่ไม่อาจเปิดเผยเสียด้วยสิ
เรื่องมันซับซ้อนเสียจนไม่อยากจะคิดว่าความทรมานใจกันทุกฝ่ายในภายหลังมันเริ่มมาจากใคร
ในเมื่อตัวละครทุกตัวในเรื่องล้วนแต่มีเหตุผลที่รองรับการกระทำทุกอย่าง อย่างที่คนแบบเราสามารถจะเข้าใจว่า ทำไมพวกเค้าถึงยอมทำอะไรที่ไม่ควรจะทำไปในเวลานั้น

เรื่องราวทั้งหมดของโศกนาฏกรรมความรักของนักกวีผู้ยิ่งยง Randolph Ash ถูกเปิดเผยจากจดหมายรักของเค้า ที่เขียนให้ Christabel La Motte นักกวีหญิงชื่อดังเช่นเดียวกัน
มันคงเป็นเรื่องราวโรแมนติก ดุจดั่งที่คนที่มีความรักในใจหวังให้เป็น ทั้งคู่ควรจะมีความสุขกับความรัก ความรู้สึกดีที่มีให้กัน หากว่า Ash ไม่ใช่ชายที่แต่งงานแล้ว...

การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างคู่ขนาน ระหว่างที่ Roland Michell ผู้ที่ค้นพบจดหมายเหล่านั้น
และ Maud Bailey หญิงที่เค้าไปขอความช่วยเหลือในด้านข้อมูล ทั้งคู่ช่วยกันแกะร่องรอยความรักของนักกวีชื่อดังที่ถูกซ้อนเร้นมายาวนาน และเมื่อจิ๊กซอว์แต่ละตัวประกอบกันสมบูรณ์ เรื่องราวความรักที่ซาบซึ้งและน่าเศร้า ก็ถูกถ่ายทอดออกมาดุจดังบทกวีที่ไพเราะทว่าทำให้ผู้ติดตามสะเทือนใจไปในที...

อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้คิดว่า ความรักมันดีจริงไหมหนอ? เราควรตัดสินมันด้วยอะไรกัน?
สมอง หรือ หัวใจ? เหตุผล หรือ อารมณ์?
จริงๆ ถ้ามามัวคิดมากอย่างนี้ คนคงเป็นโสดล้นโลก 555
ถึงตอนนี้เราจะยังคิดไม่ออก แต่ว่าคนมากมายก็ล้วนต้องการที่จะมีรัก
แต่ก็แปลกอีกอ่ะแหละ ที่อะไรๆ มักจะไม่ค่อยลงตัว
คำพูดติดปากของเรา (ที่พูดไปเรื่อยอ่ะนะ) ก็คือ "ผู้ชายแมร่ง ชอบสร้างปัญหาสังคม"
ยิ่งในยุคนี้ที่ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย และพวกเพื่อน กรูรักเมริงว่ะ เยอะขึ้นๆ
โอกาสที่ผู้ชายจะออกนอกลู่นอกทาง ย่อมเยอะขึ้นเป็นทวีคูณ
และ Ash กวีหนุ่มในยุควิคตอเรียน ก็เป็นหนึ่งในผู้ชายที่ทำแบบนั้น(ว่าแต่ยุคนั้นเกย์เยอะละยังเว้)
แต่เราก็เข้าใจเค้านะ เพราะคนยุคก่อนแต่งงานเร็วและแต่งงานด้วยเหตุผลหลายประการ
ไม่ได้หมายความว่า Ash ไม่รักภรรยาของเค้านะ เค้ารักภรรยาของเค้า
แต่เมื่อวันหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป โลกของ Ash กว้างขึ้น เค้าได้เจอ La Motte
นักกวีหญิงผู้ปราดเปรื่อง มีความฉลาดเฉลียว พูดคุยกับเค้าได้อย่างเข้าใจ
เรียกง่ายๆว่า พูดจาภาษาเดียวกัน มีความเข้าอกเข้าใจกัน มีความสนใจเรื่องเดียวกัน
จากความถูกอัธยาศัย ทั้ง Ash และ La Motte ได้เข้ามาเติมส่วนที่ขาดของกันและกันโดยไม่รู้ตัว
จนทั้งคู่ได้ก้าวข้ามผ่านจุดที่เรียกว่า "ศึลธรรมอันดี" ของสังคมไป...
แม้จะรู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่ควร แต่ทั้งคู่ก็เลือกที่จะได้ใช้ช่วงเวลาช่วงหนึ่งของชีวิต
แม้จะเป็นแค่เพียงไม่กี่วัน ที่จะได้อยู่ร่วมกันฉันท์คู่รัก ณ ที่ๆไกลจากความจริงของคนทั้งสอง

เมื่อกลับมาเผชิญความเป็นจริง ความรักของทั้งคู่ ก็กลายเป็นรักต้องห้าม
ความจริงของเรื่องนี้กลับย้อนมาทำร้ายคนทั้งสอง นอกจากนี้ยังสร้างทุกข์แสนสาหัสให้กับภรรยาของ Ash อีกด้วย
และแน่นอนที่ว่าเรื่องนี้คงไม่มีตบสนั่นเหมือนละครไทยแน่ๆ
เมื่อมาถึงทางแยก พวกเค้าจะเลือกทางเดินแบบใดกัน
ไม่มีทางสายใดที่จะไม่ทุกข์สำหรับคนทั้ง 3
ไม่ว่า Ash จะเลือกใคร ไม่ว่าใครจะเลือกไป ไม่มีคนไหนเจ็บปวดน้อยไปกว่ากันเลย...

นอกจากเรื่องของความรักแล้ว เรายังได้เพลินเพลินไปกับสำนวน กวีที่ไพเราะ
เราได้เห็นความอ่อนโยนของบทกวีสมัยวิคตอเรียน ได้เห็นอารมณ์และความรู้สึกที่เติบโตในหัวใจของตัวละคร เห็นความเฉียบคมของ Ash ความหลักแหลมมีไหวพริบของ La Motte
เราเห็นและเข้าใจบางสิ่งไปพร้อมๆกับจดหมายแต่ละฉบับที่เค้าเขียนถึงกัน...

คำว่า Possession ที่หมายถึงการครอบครองนั้น เราอาจจะตีความได้หลายอย่าง
หมายถึงภรรยาของ Ash ที่ได้ครอบครองตัวของเค้าตลอดมา
หรือว่าหมายถึง La Motte ที่ได้ครองหัวใจของเขา
หรือว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นแค่เพียงว่า...ความรักเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของพวกเค้า...


"ฉันไม่อาจให้คุณแผดเผา แต่ไม่อาจหักห้าม...
มนุษย์ไม่อาจอยู่บนกองไฟโดยไม่วายวอด"

Christabel La Motte


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Modified from Mediterranean by John Whittet.
Originally on the CSS Zen Garden.
Used and Modified with permission from the author.